saving is getting
posted on 06 Jan 2007 05:48 by pororช่วงบ่ายแก่มากของวันศุกร์ได้เทเลเมาท์ติ้งกับท่านน้อง วดต เรื่อง "ตูจะฝากเงินยังไงดีฟระคะ" พอสังเขป แล้วก็มานั่งนึกไปนึกมา วิ่งไปมาในห้องสินธรอยู่หลายชั่วโมง (ไป pantip อีกแระ ^^" พันทิปจุง ยุ่งทุกเรื่อง จริงๆนะเคอะ) เปิดดูเวปออมสินนิดโหน่ย ก็เลยมาสรุปไว้ใน blog ละกัน เผื่อสาวๆ จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้บ้างนิ
สมมุติว่ามีเงินสดในมือ 50,000 บาท จะมีวิธีการออมเงินยังไงบ้าง เอาแบบวิธีบ้านๆนะ แล้วก็บางอันก็ไม่เหมาะกับเงินก้อน 50,000 บาทดอกจ้ะ โม้รวมๆ กันไปแระกันเน้
1. วิธีที่เราคุ้นเคย และแสนคิดถึง คือ การฝากเงินแบบบัญชีออมทรัพย์อันนี้นี่เอง
ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบออมทรัพย์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.75 ต่อปี โอ้ จอร์จ...มันช่างเป็นอัตรารักน้อยนิดมหาศาล -_-" 1 ม.ค. ฝาก 100 บาท 1 ม.ค. ปีถัดไป คุณจะได้เงินคืน 100.75 บาท -_-" ถ้าเป็น 50,000 บาท คุณจะได้50,000 กับ 375 บาท *ปาดเหงื่อ* 375 บาทนี่กินอะไรในโทนี่ โรมา ได้มั่งอ่ะ
แต่ถ้าเป็นธนาคารที่ วดต. พูดถึง เค้าจะแบ่งระดับเงินฝากนะ ถ้าวงเงิน 50,000 บาทขึ้นไป จะได้ 2.50 % แม่นบ่ ฝาก 1 ปี ก็จะได้ดอกเบี้ย 1,250 บาทเนาะ
โดยทั่วไปก็ประมาณ 0.75-4.25นี่แล่ะ และที่อัตราสูงๆ มันก็มีเงื่อนไขอื่นๆ บลา บลา บลา (ถ้าเงินต้นน้อยๆ ไม่แน่ใจว่าควรเอาเงินฝังไหไว้ที่บ้านดีมั้ยจ๊ะ ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเดินทางไปธนาคาร)
การคิดดอกเบี้ยก็คิดเป็นวันนะจ๊ะ ถ้าบางวันเกิดถอนไป 10 บาท มีไม่ถึง 100 บาทจนสิ้นปี ดอกเบี้ยก็จะไม่ถึง 0.75 บาท แต่ถ้าฝากเพิ่มก็ได้ดอกเบี้ยเพิ่มไปนั่นแล
มีดีตรงที่ดอกเบี้ยที่ได้ไม่ต้องเสียภาษี แต่ช้าก่อน ถ้าดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท ก็ต้องเสีย แต่เงื่อนไขคิดยังไงไม่รู้ แต่ถ้าเป็นชาวเรา คิดว่าฝากยังไงก็คงไม่ถึงระดับต้องเสียภาษีดอกจ้ะ T.T
2. Advance ขึ้นมาหน่อย เป็นฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 24 เดือน (36 เดือนก็มี แต่หายาก)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่
3 เดือน 2.75-4.75
6 เดือน 3.00-5.00
12 เดือน 3.5-5.125
24 เดือน 3.55-5.00
ทั้งนี้ ทั้งนั้น ทั้งโน้น ขึ้นอยู่กับวงเงินและระยะเวลาการฝาก
ยกตัวอย่างที่วงเงิน 50,000 บาท ที่ต้องฝากนิ่งๆอยู่ 3 เดือน (ม.ค-มี.ค = 90 วัน และหนึ่งปีมี 365 วัน)ที่ธนาคารเดิมที่ให้ดอกเบี้ย 4 % (ให้เยอะเหมือนกันแฮะคะ) วดต ก็จะได้ดอกเบี้ยคร่าวๆที่
50,000*0.04*90/365 =493 บาท (โดยประมาณ น่าจะคิดเป็นวันนะ)
แต่ช้าก่อน วดต. ต้องถูกหักภาษี 15% ทำให้ได้ดอกเบี้ยสุทธิ (ซึ่ง วดต.ขอคืนได้ ถ้า วดต.ยื่น ภงด.90 ปลายปี)
50,000*0.04*90/365*0.85 = 419 บาท
เปรียบเทียบกับฝากออมทรัพย์ข้างบน สมมุติว่าฝากออมทรัพย์นิ่งๆ 50,000 บาท เป็นเวลา 90 วันเท่ากันนะ
50,000*0.025*90/365 = 308 บาท
เปรียบเทียบแบบนี้ ฝากประจำชนะเลิศเนาะคะ แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไปล่ะ เราก็คิดง่ายๆ แค่เอา 0.85 คูณอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเข้าไป แล้วดูซิว่ามันจะมากกว่า 0.025 มั้ย แต่มีข้อแม้ว่าเวลาฝากต้องเท่ากันนะ
(แล้วเงินฝากประจำถ้าเราไม่ถอน เงินต้นบวกดอกเบี้ยงวดนี้ ก็จะกลายเป็นเงินต้นของ 3 เดือนถัดไป แล้ววนลูปใหม่ ดอกเบี้ยก็จะได้มากขึ้นเรื่อยๆ)
นั่นก็คือ ถ้าเรามีเงินเย็นๆชิลๆ คาดว่าไม่ถอนใช้ในระยะเวลาอันใกล้ เราควรฝากประจำ แต่ถ้าถอนแหงๆ ก็ฝากออมทรัพย์เถอะ เพราะถ้าฝากประจำไม่ครบกำหนด เราไม่ได้ดอกเบี้ยนะ (อย่างดีก็ได้เท่าออมทรัพย์)
แล้วก็ฝากประจำเนี่ย ไม่ได้บังคับให้ฝากเงินเพิ่มทุกเดือนแต่อย่างใด เอาเงินต้นไปนอนแช่ไว้เฉยๆ แต่ถ้าเราอยากจะฝากเพิ่มก็ไม่ขัดศรัทธา แต่จะแยกวงเงินคิดดอกเบี้ยจ้ะ จะครบกำหนดแยกกันไปตามวันฝาก
3. ฝากประจำเหมือนกันแต่แตกต่าง โฮะๆๆ**
ตอนนี้แต่ละธนาคารก็ออกโปรโมชั่นให้ฝากประจำแบบนี้กันมาเยอะแยะ คือต้องฝากเงินเท่าๆ กันทุกเดือน อัตราดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากประจำ และมีดอกเบี้ยเพิ่มพิเศษ ยกตัวอย่างธนาคารเดิม เค้าจะเรียกเงินฝากประจำแบบนี้ว่า เงินฝากเพิ่มค่า โดยเค้าบอกว่า...ดังนี้
ผู้ฝากเงินจะต้องฝากเงินเป็นรายเดือน เดือนละเท่าๆกัน สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน และเงินฝากรวมตลอดระยะเวลาต้องไม่เกิน 600,000 บาท เลือกได้ว่าจะเป็น 24 36 48 หรือ 60 เดือน จ่ายดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากประจำ 12 เดือน โดยไม่ต้องเสียภาษี และเมื่อครบกำหนดจะได้รับโบนัสพิเศษอีก 10% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ
ขอแปลอีกทีว่า คุณฝากเท่าไหร่ก็ได้ระหว่าง 1,000 - 25,000 บาท (ขั้นต่ำนี่ไม่แน่ใจ เค้าไม่ได้บอกแต่เข้าใจว่ามาจากระเบียบที่ต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท)
มาดูตัวอย่างกัน เอาชีวิตจริง พอ. นี่แล่ะ พอ.ฝากเงินแบบนี้ เดือนละ 5,000 บาท พอ.ก็จะฝากไป 24 เดือน จะได้เงินต้นทั้งหมด 120,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 4.50% + 10% ของดอกเบี้ย แต่ช้าก่อนซาร่า มันไม่ได้คิดดอกเบี้ยง่ายปานนั้น พอ.จะได้ดอกเบี้ยคร่าวๆ แบบนี้
5000*0.045*24/12 = 450
5000*0.045*23/12 = 431
คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเดือนสุดท้าย คือ 1/12 ไปแทนที่ 24/12 นั่นเอง
พอ.จะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากครบ 24 เดือน ประมาณ 5,625 บาท แล้วก็จะได้เพิ่มอีก 10% ประมาณ 562 บาทเนาะ รวมแล้วก็จะได้ดอกเบี้ยทั้งสิ้นประมาณ 6,187 บาท ไม่โดนหักภาษี
ถ้าเปรียบเทียบกับฝากประจำ 24 เดือนธรรมดา ในวงเงิน120,000 บาท น่าจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 4.75-5% ก็จะประมาณ9,690-10,200 บาท หักภาษีแล้ว แน่นอนว่าแบบนี้มันจะต้องมากกว่าอยู่แล้ว เพราะเงินต้นไม่เท่ากันตั้งแต่แรก
มันเปรียบเทียบกันยากอ่ะ เอาเป็นว่าถ้าไม่มีเงินก้อน แต่อยากฝากประจำทุกเดือน ก็แนะนำวิธีนี้แล้วกัน ข้อดีคือไม่ถูกหักภาษี และได้โบนัสตอนท้าย และมีโปรโมชั่นอื่นๆ ด้วย เช่น ได้ประกันชีวิตวงเงินคุ้มครองเท่ากับเงินฝาก เป็นต้น...
4. แบบคอนเซอร์เวทีฟนิดหน่อย รุ่นเสี่ยงโชคลุ้นรถ
ซื้อสลากออมสิน หรือ สลากทวีสิน ของ ธกส. ได้เงินต้นครบ และได้ดอกเบี้ยด้วยแต่น้อยหน่อย ไม่มีความเสี่ยง เนื่องด้วยรัฐท่านเป็นประกัน ยกเว้นว่ารัฐท่านเองจะมาสนใจยุ่งกับเงินของออมสิน หรือ ธกส.เหมือนในอดีตไม่นานที่ผ่านมา ฮิ้ว.......พาดพิง
พอ.สนใจสลากออมสิน เลยไปหาข้อมูลมา สลากฉบับละ 50 บาท มีระยะเวลา 3 ปี เมื่อครบกำหนดจะได้คืน 50+4.25 บาท ต่อฉบับ นั่นคือได้ 100 บาท ได้ดอกเบี้ย 8.50 บาท ต่อ 3 ปีใช่มะ ประมาณ 2.83% ต่อปี แต่ก็มีโอกาสถูกรางวัลเล็ก น้อย ใหญ่ ไปตามเรื่องตามราว ตอนนี้เค้าแจก Camry อยู่ดั้วะ เอิ๊กๆ (แต่ไม่ถึง 3 ปี ไปถอนคืน โดนหักเงินนะ -_-" ได้ไม่ครบ 50 บาทอ่ะ) วันจันทร์นี้จะเดินไปซื้อละ
ส่วนของ ทวีสิน นี่เข้าใจว่า ไม่บังคับถึง 3 ปีนะ แค่ 6 เดือนก็ถอนคืนได้มั้งมีแจ็คพอต มีรางวัลเหมือนกัน แต่สลากขั้นต่ำมัน 500 บาทมั้ง ถ้าจำไม่ผิด แต่แถวบ้านไม่มี ธกส. เลยไม่ค่อยสน -_-"
แบบนี้มันมีข้อดีตรงที่มีโอกาสถูกรางวัลถึง 35 งวด แต่ก็คู่แข่งเยอะโพดๆๆๆๆๆๆๆ โพดของโพด เหมาะกับคนดวงดีดวงเด่นดวงแรง ท่านแม่ของ วดต. ควรนิยมอย่างยิ่ง *ท่านแม่ วดต เอาขาพาดคอ พอ. โทษฐานพาดพิง*
5. ลงทุนแบบอื่นๆ เช่น ซื้อพันธบัตร หรือซื้อกองทุน ซื้อโน่นนี่ แล้วมีคนดูแลการลงทุนแทน
อันนี้ พอ.ไม่ค่อยสันทัด เนื่องด้วยขี้เกียจ...แป่ว... ง่ายๆ ว่าซื้อพันธบัตร ควรซื้อของรัฐ ไม่มีความเสี่ยง เอ๊ะ..หรือเสี่ยงน้อย ได้ดอกเบี้ยในอัตราที่แน่นอน (เสียภาษีป่าว จำไม่ได้แระ) ถ้าจะเป็นแบบซื้อกองทุนก็ต้องเล็งดีๆ ถ้าได้ผู้จัดการกองทุนไม่ค่อยเก่ง หรือหุ้นผันผวนเราก็จะได้ผลตอบแทนไม่ดี ดีไม่ดีได้ติดลบดั้วะ เคยมีธนาคารมาโปรโมทกองทุนแบบ RMF LMF อะไรแบบนี้ดั้วะ แต่จำไม่ค่อยได้แระ รู้แต่ว่ามันระยะยาว และไม่ต้องเสียภาษี (มั้ง...อีกแระ ^^")
ที่ฮิตๆ กันตอนนี้คือ ซื้อตราสารหนี้ ที่เค้าบอกว่าได้ผลตอบแทนและอัพเดททุกวัน แต่ไม่สามารถรู้อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าได้ แบบนี้ก็มีความเสี่ยง แต่ถ้าดูแลดีๆ ก็ได้ดี (มั้ง เค้าว่ากัน) ข้อดีคือสามารถซื้อ-ถอนได้คล่องราวกับบัญชีออมทรัพย์ แต่ พอ.ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกจ้ะ โปรดไปเล็งกระทู้ในห้องสินธรเพิ่มเติมเอาเองเน่อ เห็นเค้าพูดกันเยอะ
6. เล่นหุ้น....โปรดปรึกษา มม. พอ.เล่นหุ้นในกระดานสมมุติยังเจ๊งเยย T^T
7.ประกันชีวิตแบบได้เงินคืนเมื่อถึงเวลา...รอคอยกันแสนนาน คิดว่าอันนี้สาวๆ คงพอจะคุ้นๆ นะ มันก็ถือเป็นการออมทรัพย์อย่างหนึ่ง และไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้ (มีเงื่อนไขนะ และไม่เกิน 50,000 บาทมั้ง...อีกแระ)
8. ตามวิธีการท่านน้าของ พอ.ซื้อทองโลด ช่วงที่ทองขึ้น ท่านน้าปล่อยไปเยอะเหมือนกัน ได้กำไรเยอะเชียว แต่ พอ.เสียดาย ว้า...มรดกลดลงไปอีกละ ^^" (แบบนี้เหมาะกับผู้มีทุนเยอะ)
9. ผ่อนบ้านจ้ะ ^^" อันนี้ก็ออมทางอ้อมๆ อ่ะนะ ดอกเบี้ยจ่ายค่าบ้านเอามาลดหย่อนภาษีประจำปีได้โต้ย...
ถ้าเป็น พอ. จอมคอนเซอร์เวทีฟ วงเงิน 50,000 บาท พอ.จะแบ่งเป็น 3 ส่วน แบบ 1:1:3 คือ ฝากออมทรัพย์เผื่อซื้อของ...เอ้ย...เผื่อฉุกเฉิน 10,000 บาท ไปซื้อสลาก 10,000 บาท ฝากประจำ 3 เดือน 30,000 บาท (ดอกเบี้ยมันก็จะประมาณ 3.75 ใช่มั้ยน้อ)หรืออาจจะไม่ฝากออมทรัพย์เลยถ้าไม่ต้องเผื่ออ่ะ แบบนี้ไม่ได้ดอกเบี้ยสูงสุดหรอก แต่ทุกอย่างต้องไม่เสี่ยงแต่แบบเผื่อๆ น่ะบอกแล้วเค้าเป็นคนหัวโบราณอนุรักษ์นิยม ฮิ้วววว......เกี่ยวกันอ๊ะเป่า...
แต่ถ้า พอ.ไม่มีบ้าน พอ.จะเลือกผ่อนบ้านก่อนเป็นอันดับหนึ่งเรยย
แถมๆ มีท่านผู้รู้ที่ไหนไม่รู้ บอกว่า เราควรออมเงินอย่างน้อย 10% ของเงินเดือนนะจ๊ะ แต่จำไม่ได้ว่าท่านบอกว่าให้คิดก่อนหรือหลังหักภาษี ประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอ่ะ (หักทั้งหมดแล้วเงินเดือนมันคงเหลือน้อยแล้วอ่ะ T.T)
โห...ยาวเหยียด สาระเพียบ หลับดีกว่า Zzzz *คลานไปนอนละ*
edit @ 2007/01/06 05:53:50

*แฟนเกินนนส์*
*กร๊ากกกกกก*
จด.ยังไม่เคยคิดถึงระบบธนาคารเรยพี่ มักจะเก็บไว้กับตัวเผื่อฉุกเฉินมากกั่วอ่ะ
*หยอดกระปุกต่อปายยย*
#1 By จด.*จรุ๊ฟส์* on 2007-01-06 11:51