2009/Oct/25

ในที่สุดก็บากบั่นไปงานหนังสือกับเค้าจนได้ หลังจากที่ไม่ได้มาสองสามปี (คิดว่านะ..) ก็เลยมา up ซะหน่อย (จะบอกว่ากันหยากไย่เกาะ blog ก็บอกมาเหอะ XD)

 

ไปมาตั้งแต่วันศุกร์ ก็ถึงศูนย์สิริกิตติ์ประมาณทุ่มนึง ที่จอดรถก็เริ่มว่างแล้ว แต่มันก็มืดได้อีก งุ้ย -_-"  (แต่ด้วยความโง่ของเรา ไม่รู้ขับวนอีท่าไหน รอบแรกขับหลุดออกจากงาน ต้องไปวนถนนใหญ่มาอีกรอบ งุ้ยๆ รู้สึกผิดต่อคุณพี่  CRV สีขาวที่ขับตามหลังมา ขออภัยนะคะ ต้องไปวนอีกรอบเงยยย )

 

เขียนมาแป๊บเดียว มีกี่วงเล็บแล้วเนี่ย (ท่าจะเป็นคนติดวงเล็บจริงๆ....ฮา.. ดูดิ ช่างเหอะ เล็บก็เล็บ)

 

ก็เดินเข้างานไปคนเดียวอย่างมั่น (เรื่องแค่นี้ต้องอาศัยความมั่น ?)  คราวนี้ไปด้วยความไม่ได้ศึกษาอะไรมาเล้ยยย  ก็เดี๊ยนอยากจะไปงานอะ รู้แค่นั้น

 

============================

 

เดินวนงานไปรอบๆก่อน เล่มแรกที่จับจริงๆ คือ The Lost Symbol ของ Dan Brown ไปเพ่งอยู่บูธ Bookazine ตั้งนาน

ก็จับมาตลอดอะ จับที่ Asia Book จับที่ Kino สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ เพราะเกี่ยงว่าอยากได้ปกอ่อน จะได้เข้าชุดกับสี่เล่มแรก (แล้วพี่เค้าก็จะออกเล่มใหญ่โตมโหฬารบานระทึก ประกอบรูปสวยงานเป็นเวอร์ชั่นสุดท้าย ให้เราตาร้อน และซื้ออีกรอบ << โดนมาแระ ตอน Davinci Code ที่บ้านเค้ามีกี่เวอร์ชั่น ไม่อยากบอก  )

และก็ตามคาด จับมาพลิกๆ แล้วก็ไม่ได้ซื้อ แฮ่ๆๆ เค้าขอโต้ดนะคุณพี่แดน ไว้เค้าอุดหนุนปกอ่อนก่อน แล้วค่อยพิจารณาปกแข็ง แล้วเค้าก็ไปสปอยล์ตัวเองมาซะจนไม่ต้องอ่านก็ได้มั้ง กร๊ากกกกก...

 

 

แปะรูปให้เค้าหน่อย เอาเค้ามานินทา

 

แวะบูธบ้านวรรณกรรม ก็ไม่รู้จะซื้ออะไร สงสัยต่อมนิยายช่วงนี้จำศีล  (แต่ก็ยังอยากได้รพินทร์กับแงซายกลับบ้านแบบครบชุดอยู่ดีนะ แต่เอาไว้ก่อน)

แวะบูธ Pearl รอบที่หนึง แวะบูธนานมีรอบที่หนึ่ง  ก็หยิบๆจับๆ แต่ไม่ได้อะไร เหมือนไม่ใช่แนว (ได้แต่ยืนมองราคา HP ด้วยความหมั่นไส้)

แถเข้าไปบูธ SIC คาดว่าต้องได้แน่ๆ การ์ตูนซักตั้งสองตั้ง ปรากฏว่าแห้ว...ไม่ต้องตาซักเรื่อง (หรือว่ามันอ่านมาเยอะแล้วฟระ แล้วเค้าก็หาบูธวิบูลย์กิจไม่เจอด้วย ตาลาย และตาถั่วมากมาย 

 

เดินไปเดินมา ก็ไปหยุดที่ Bliss บูธกระชากวัย ไปยืนมุงกับเด็กๆ ม.ต้น แบบว่า..อายุห่างกันจนนิ้วเกือบไม่พอนับแล้วมั้ง เอาน่า...หนังสือไม่แบ่งชนชั้น..มั้ง  

แล้วก็ได้จริงๆนะเธอ ฮา... ไปเก็บตก โตเกียวเอสคิบิ เล่มเก่าๆมา แล้วก็เล่มใหม่ อ่านตอนว่างก็เพลินๆดี แล้วก็เรื่องจิ้งจก..จิ้งจอกมั้ง..อะไรซักอย่างมาอีกเล่มนึง  (jlight เล่มเล็กๆแบบนี้ เล็ดลอดเอาเข้าห้องอบรมบ่มนิสัยได้ แอบอ่านๆ  XD)

แถมน้องพนักงานคนสวยยังให้สมัครสมาชิกอีก ตอนกรอกปีเกิดนี่ แหม...ไม่อยากเชียว แต่ก็ทำเพื่อส่วนลดครั้งต่อไป...งก...

ที่ขำคือ... เผลอไปยืนเชียร์แขกให้เค้าด้วย คือตอนยืนคอยหนังสือกับเงินทอนอยู่ตรงมุมบูธ ก็มีคุณแม่พาลูกมาเลือกซื้อ แล้วเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อเล่มไหน ระหว่างยมฑูตสีขาวกับคิโนะ อิป้าก็เลยอธิบายให้คุณแม่ฟังเป็นฉากๆว่าสองเรื่องมันต่างกันยังไง (แต่อิป้าไม่เคยซื้อเงยยย) สุดท้าย คุณแม่กับคุณลูก ซื้อเล่ม 1 ไปทั้งสองเรื่อง.... เอาค่าคอมมิชชั่นมาให้เค้าเลยด้วย...

 

อะ...พักสายตาจากตัวหนังสือพรื่ดๆ

อ่านโตเกียวเอสคิบิมั้ยคับ อันนี้เล่มใหม่ล่าสุดนะ

 

พอออกจาก Bliss ก็เดินวนไปทาง Pearl อีกรอบ แบบว่ายังคิดอยู่ว่าจะสอยเรื่องวงกตกุหลาบอะไรซักอย่างดีมั้ย จำได้ว่าเค้าฮิตกันมาตั้งแต่งานครั้งก่อน   เลยเดินเตร่เข้าไปยืนเพ่ง (บูธดูเหงาๆนิดนึงนะคะ หรือเป็นเพราะบูธเค้าใย๊ใหญ่...หรือว่าเราไปดึกเกินไปก็ไม่รู้)

สุดท้ายก็เลยเถิดตามเคย จากอยากได้หนึ่ง งอกเป็น สอง สาม สี่ ห้า... อะไรกั๊นนน ก็เอาเหอะ สนุกป่าวไม่รู้ แบบว่าเป็นคนซื้อหนังสือจากหน้าปก (จริงๆนะ ไม่ได้ประชด )  มีแต่ Black Blood อะไรเทือกๆนี้ 

น้องคนขายให้ทำบัตรอีกแระ ทำก็ทำ... แต่เค้าไม่ใส่เบอร์โทรศัพท์ไว้ให้หรอกนะ เค้าเบื่อเบอร์ประหลาด

 

กองนี้เลยนะก๊ะ ที่ทำให้กระเป๋าคุณพี่เบา

 

กระเป๋าเบาออกจาก Pearl แบบไม่ได้คาดคิดไว้ล่วงหน้า ก็เดินเล่นเปะปะ  ไปหยุดที่ Provision ก็ได้มานิดนึง ไปหยุดที่ธรรมนิติ ก็...ไม่ได้อะไรเลย... ก็เค้าไม่ได้ทำงานบัญชี ภาษี ปีโป้อะไรแล้วนี่ ก็เลยมะซื้อค่ะ ไว้ไปยืมคนอื่นอ่านละกัน...กร๊ากกกก

 

เดินไปหยุดขำๆที่บูธป้าดา (PADA) พนักงานขายเฮฮามาก ดูเหมือนกำลังแข่งทำยอดกับบูธฝั่งตรงข้าม มีเกทับบลัฟแหลกกันตลอด  ก็ตามเคย จากหนึ่ง งอกเป็นสอง เป็นสาม  หนังสือไฮโซววว สามเล่ม คาดว่าต้องใช้เวลาอ่านสามล้านปีแสง (มี Myhts and Legends ก็ตอนแรกจะเอาแค่เล่มนี้อะ แล้วก็งอก 1000 CEOs แล้วก็ Digital Photographer's handbook เล่มนี้ซื้อมาฝากคุณชายที่บ้าน)

 

เดินเลยไปอีกหน่อย ไปหยุดตรงบูธฟูลสต๊อป ไปยืนนานมวากกกกก  เห็นหนังสือของชาว exteen อยู่หลายเล่ม  ถามหา "ความน่าจะแมว" ของคุณหัวแตงโม (เค้าไม่ได้ชื่อนี้ใช่มั้ย แหะๆ จำจากปกง่ะ  ) ก็ได้ความแห้วกลับมา เค้าขายหมดกันไปตั้งแต่วันกระโน้นนนนนแล้วค้าาาา ของมาน้อยมากค้าาาา  งือ...  (ทำไมไม่มาเยอะหน่อยละค้า)

 

สุดท้าย...ที่ยืนนานๆนั่น ได้สมุดโน้ตปกแข็งสีเขียวลายเงาต้นไม้มาหนึ่งเล่มถ้วน เพื่อจะมาค้นพบว่าที่บ้านก็มีสมุดโน้ตปกแข็งสีดำลายเงาต้นไม้ต้นเดียวกัน (ก็ของฟูลสต๊อบเหมือนกันอะค้า เพียงแต่ซื้อมาจากห้าง) แสดงว่าเราคงชอบลายนี้จริงจัง เห็นเมื่อไหร่ก็พร้อมสอย จะว่าไปหัว blog เรามันก็ลายเงาต้นไม้เหมือนกันเนาะ  

(คือเรามีหนังสือของที่นี่หลายเล่มแล้วล่ะ พวกหนังสือสถานที่ต่างๆ หาซื้อตามแผงหนังสือทั่วไป ก็เลยมิได้อุดหนุนในงาน )

 

ตั้งนี้มีแต่ภาษาต่างดาวก๊ะ  เก๊าอ่านไม่ออกเยย ฮุ...

 

===================

 

ต่อไปไม่เกี่ยวกับหนังสือแล้ว  แต่เกี่ยวข้องกับที่จอดรถงานหนังสือ

 

เดินมาถึงจุดนี้ ก็เกือบสามทุ่มแล้ว  ก็เลยตัดสินใจกลับบ้าน

ตอนต้นก็บอกแล้วชิมิคะ ว่าที่จอดรถมันมืดได้อีก

คืออันที่จริงตอนที่มาถึงเนี่ย พอจอดรถเสร็จ ก็มีคุณยายที่ไหนไม่รู้ เดินออกมาจากมุมมืด  พยายามขายน้ำผึ้งให้เรา บอกว่าจะซื้อราคาเท่าไหร่ก็ได้ แกอยากจะขาย...

ด้วยความเป็นคนกรุงเทพฯขี้ระแวงและขี้ระวัง  เราก็ส่ายหัวดิกๆ แล้วก็เดินอ้อมคุณยายไปสองหมื่นปีแสง (ด้วยความกิลตี้นิดนึง พร้อมกับคิดว่าใครจะแบกน้ำผึ้งไปเดินด้วยล่ะ << อันนี้มันแถเอาเอง ไว้ในรถก็ได้ย่ะ)

ใครไปงาน ไปจอดรถในด้านนอกรั้ว ก็คงอาจจะได้เจอคุณยายแบบเรามั่งแหละ

พอขากลับ... เง้ยยย.... มากันเป็นหมู่คณะเลย  ยายแกลงไปนั่งกับพื้นแล้ว แต่ก็มีป้าๆมายืนขายๆด้วยประโยคเดียวกับคุณยายเด๊ะๆ

ก็บอกแล้วว่าเป็นคนกรุงเทพฯขี้ระแวง ก็เดินตัวตรง ส่ายหัวอย่างมั่นว่าไม่เอาๆๆๆ  ป้าๆแกก็เลยไม่มาตอแย

 

เดินไปที่รถก็ใจตุ๊มๆต่อมๆ จะมีใครมาจี้กรูป่าวว้า แมร่งงงมืดโคดดดด แสรดดด (ขออภัยหยาบนิด แบบคิดในใจ)

ไปถึงรถได้ ก็เดินจงกรมรอบรถหนึ่งรอบให้ชัวร์ว่าไม่มีใครจะแอบขึ้นรถไปด้วยนะ แล้วก็รีบไขกุญแจเอาถุงหนังสือเหวี่ยงเข้าไปด้านหลัง 

หันกลับมา.... แมร่งงงเอ๊ยยยย  ใจหายวาบ.... มีป้าคนนึง แกเดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เข้ามาเกือบประชิดตัว  

ไอ้เราก็ระแวงระวังเต็มที่ ด้วยความที่่ตอนนั้นไม่มีคนอื่นเลย นอกจากเรากับแก๊งค์คุณยายนี่ กะว่ากรูชกแน่ ป้าก็ป้าเหอะวะ..

แล้วก็.....

................

.......................

 

ป้าแกก็นั่งลง แล้วก็ยกมือไหว้ปลกๆ บอกว่าช่วยซื้อน้ำผึ้งพวกแกหน่อยเถอะ แกมาจากต่างจังหวัด ติดรถพวกก่อสร้างมา บลาๆๆๆ  จะให้ราคาขวดละเท่าไหร่ก็ได้ บลาๆๆๆ

บอกแล้วเรามันคนกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ที่ประชากรเป็นโรคหวาดระแวงคนแปลกหน้า....

 

 

ผมกอดขวดน้ำผึ้งนะ ไม่ใช่แสงโสม ฝาขวดเป็นแค่ดราม่า

 

นี่แหละ....น้ำผึ้งของยาย+ป้า (แกมาด้วยกัน)  ควักตัง (ดังหนึบ)ให้ป้าไป 200 ถ้วน.... (เค้าบอกแล้วชิมิว่าเค้างก..)

เป็นคนกรุงเทพฯขี้ระแวง แต่ก็ใจอ่อนปวกเปียกนะ (แต่แอบกลัวไปตาม moment ก็ข่าวมันเยอะงิ เรามิผิดที่จะคิดชกป้า...เอ้ยย....ระวังตัวใช่ม้าาาา) 

ขับรถมาก็ยังคิด  เอาคนแก่มาหลอกขายป่าวว้า จะมีคนมาดักจับยาบ้าในขวดน้ำผึ้งป่าวว้า (อันนี้อาจจะแพนิคเกิ๊น  ) แต่ก็เอาเหอะ คิดจะช่วยเค้าแล้ว ก็ซื้อมาแล้ว อย่าไปคิดอะไรให้พารานอยด์ตัวเองอีกเลยเนาะ

แต่ก็มานั่งคิดต่อว่า น่าจะให้ไปซักสองขวดสี่ร้อย ยาย+ป้า ตั้งหลายคน

 

ระแวงไว้ไม่ผิดมั้งก๊ะ  *ปลอบใจๆ*  ว่าแต่ระแวงเนี่ย มันกินได้มั้ยก๊ะ 

 

สรุปความเสียหายทั้งหมด

18 เล่ม

กับ 1 ขวด

บอกว่าไม่ใช่เหล้า ไม่ใช่เหล้า เด็กๆจะมากรี๊ดอะไรกันนักหนา ฮึ!

 

จบ... ยาวโพดๆๆ จะมีใครหลงเข้ามาอ่าน (จนจบ) มั้ยนะ กร๊าก..... ปกติก็ร้างจะแย่

ปล. ใครเคยผ่านตา (รูป) จาก blog ถั่วเขียวแล้ว ก็ขออภัยด้วย แต่ไม่ได้ up ซ้ำนะคะ คนละแนวกั๊นนนน

Comment

Comment:

Tweet


รอบนี้ไม่ได้ไปหล่ะ

หนูจะบอกว่าน้ำผึ้งที่พอ.ได้มา อีก ประมาณสองอาทิตย์มันจะแยกตัว เพราะมันไม่ช่ายน้ำผึ้งแท้ หนูก็เคยซื้อมาแว้ววววว sad smile
#3 by ontm At 2009-10-25 21:24,
ปีนี้ สอ. สุขภาพเม็ดเงินในเส้นเลือดอ่อนแอ 55
ไปสอยเชอล็อค โฮมล์ม มาอ่านชุดเดียวเองจ้า กับหนังสือจิปาถะอีกนิดหน่อย

หนังสือที่จะไปซื้อต้องแหวกดงแจ่มใสเข้าไป แบร่บ พระเจ้าช่วย!!!
ทำไมต้องประจวบตั้งบูธตรงข้ามกันโด้ยยยย

กว่าจะเข้าไปได้นี่เหมือนต้องฝาสมรภูมิรบเลยล่ะ
#2 by gallantfoal At 2009-10-25 13:41,
เข้ามาอ่านจนจบค่ะ เขียนมันส์ดี

ผ่านตารูปมาแล้วด้วย ตอนแรกนึกว่าเอามา revise ซะอีก

วันนี้อยากไปอีกรอบจัง กำลังลังเลอยู่ว่าจะออกไปดีไหม
#1 by umiNaka At 2009-10-25 09:54,